Please use this identifier to cite or link to this item: http://ir.buu.ac.th/dspace/handle/1513/976
Title: VALUE CHAIN ANALYSIS OF LOCAL BLUE CRAB FISHERMEN IN CHONBURI PROVINCE
การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของชาวประมงปูม้าพื้นบ้านในเขตจังหวัดชลบุรี 
Authors: Amraporn Tainngern
อมราพร เทียนเงิน
NAKORN INDRA-PAYOONG
ณกร อินทร์พยุง
Burapha University
NAKORN INDRA-PAYOONG
ณกร อินทร์พยุง
nakorn@buu.ac.th
nakorn@buu.ac.th
Keywords: การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า, ปูม้า
VALUE CHAIN ANALYSIS BLUE CRAB LOCAL FISHERMAN
Issue Date:  12
Publisher: Burapha University
Abstract: This research aims to investigate the value chain of local blue crab fishing in Chonburi province, exploring the associated conditions and challenges. It seeks to propose strategies to improve the value and efficiency of the local market's value chain. The study employs a mixed research approach, utilizing a quota sampling method for collecting data through questionnaires from individuals engaged in the local blue crab fishing business. Additionally, both quantitative data analysis, using SPSS software, and qualitative data obtained from structured interviews with key informants contribute to the research. The findings underscore environmental challenges impacting crab resources, reliance on intermediaries for crab sales, rising costs of blue crab capture, and issues related to enhancing blue crab value. Recommendations involve the establishment of fishing cooperatives, vocational training for fishermen, intergenerational knowledge transfer, the creation of blue crab shelters for specific groups, and ongoing training and support programs. The research underscores the significance of online communication training, financial literacy, and public relations facilitated by association leaders.  
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาห่วงโซ่คุณค่าของการทำประมงปูม้าพื้นบ้านในจังหวัดชลบุรี สภาพและปัญหาของการทำประมงปูม้าพื้นบ้านในจังหวัดชลบุรีและนำเสนอแนวทางในการเพิ่มมูลค่าและวัดประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่าทางการตลาดของการทำประมงปูม้าพื้นบ้านในจังหวัดชลบุรี การวิจัยครั้งนี้ในการกำหนดกลุ่มตัวอย่างจะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจประมงปูม้าพื้นบ้านโดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการสุ่มแบบโควต้า และทำการเก็บข้อมูลโดยใช้หลักเกณฑ์ในเรื่องของการทำประมงปูม้าพื้นบ้านในการแจกแบบสอบถามเฉพาะผู้ที่ทำการประมงปูม้าพื้นบ้านเท่านั้น  และผู้ให้ข้อมูลหลักในการสัมภาษณ์ 3 คน คือ เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวประมงปูม้าพื้นบ้านในจังหวัดชลบุรีที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และทั้ง 2 กลุ่มจะต้องเป็นชาวประมงผู้ประกอบอาชีพการทำประมงปูม้าพื้นบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณ 5 อำเภอในเขตจังหวัดชลบุรี งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยแบบผสม ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้ใช้วิธีทางสถิติโดยการหาค่าความถี่ร้อยละที่ประมวลผลด้วยโปรแกรม SPSS โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้ใช้วิธีการสัมภาษณ์อย่างมีแบบแผนกับผู้ให้ข้อมูลหลักที่สามารถให้ข้อมูลที่มีความสำคัญในอาชีพการทำประมงปูม้าพื้นบ้าน                  จากการศึกษา พบว่า ปัญหาสภาพแวดล้อมมีผลต่อจำนวนทรัพยากรปูม้าที่ลดน้อยลง ปัญหาการขายปูม้าที่ยังต้องพึ่งพิงพ่อค้าคนกลาง  ปัญหาต้นทุนในการจับปูม้าสูงขึ้น ปัญหาในการเพิ่มมูลค่าของปูม้า  ปัญหาการสื่อสารและปัญหาการชำระเงินที่เป็นช่องทางออนไลน์ และปัญหาไม่มีความรู้ในการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งสหกรณ์ประมงปูม้า  การอบรมให้ความรู้อาชีพเสริมให้กับชาวประมงปูม้า ควรถ่ายทอดอาชีพชาวประมงปูม้าจากรุ่นสู่รุ่น  และมีโครงการสร้างคอนโดปูม้าให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นการนำร่อง และมีการสอนหรืออบรมการทำต่อ ๆ กันไปเรื่อย และให้เงินสนับสนุนหรือช่วยเหลือ  ควรมีการอบรมการใช้สื่อออนไลน์ และอบรมการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านหัวหน้าชมรม เป็นต้น  
URI: http://ir.buu.ac.th/dspace/handle/1513/976
Appears in Collections:Faculty of Logistics

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
63920169.pdf4.1 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.